การคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์: ความหมาย ความเหมือน ความแตกต่าง และตัวอย่างการใช้
อนุชา โสมาบุตร (2567)
คุณเคยสงสัยไหมว่า "การคิดแบบวิเคราะห์" และ "การคิดแบบสังเคราะห์" ต่างกันอย่างไร?
ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการคิดแบบวิเคราะห์ (Analyze) และการคิดแบบสังเคราะห์ (Synthesize) ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการทำงานและการเรียนรู้
การวิเคราะห์ (Analyze) คืออะไร?
การวิเคราะห์คือการนำข้อมูลดิบมาจัดหมวดหมู่และแยกแยะออกเป็นส่วนย่อย ๆ เพื่อทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับข้อมูล วิธีการที่ใช้ในการวิเคราะห์อาจรวมถึง:
- การสร้างแผนภาพกระบวนการ (Process Diagrams): เพื่อแสดงลำดับเหตุการณ์หรือขั้นตอนต่าง ๆ
- การสร้างแผนที่การเดินทาง (Journey Maps): เพื่อแสดงปัญหาและโอกาสในแต่ละช่วงของกระบวนการ
แล้วการสังเคราะห์ (Synthesize) ล่ะ?
การสังเคราะห์คือการนำข้อมูลที่ได้รับการวิเคราะห์มาสร้างความเชื่อมโยงหรือสร้างข้อสรุปใหม่ วิธีการที่ใช้ในการสังเคราะห์อาจรวมถึง:
- การจัดกลุ่ม (Clustering): เพื่อรวมข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน
- การใช้กรอบแนวคิด (Frameworks): เช่น แผนภาพ 2x2 Opportunity Maps หรือ Attribute Scales เพื่อแสดงข้อมูลในมุมมองใหม่ที่สร้างสรรค์
ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการวิเคราะห์และการสังเคราะห์
ทั้งสองกระบวนการนี้มีความเหมือนกันตรงที่ใช้ข้อมูลเป็นฐานในการทำงานและต้องการการตีความและการคิดเชิงลึก แต่มีเป้าหมายและวิธีการที่แตกต่างกัน:
- การวิเคราะห์: มุ่งเน้นที่การเข้าใจข้อมูลในรายละเอียด โดยแบ่งข้อมูลเป็นส่วนย่อย ๆ
- การสังเคราะห์: มุ่งเน้นที่การสร้างข้อสรุปหรือแนวคิดใหม่จากข้อมูลที่วิเคราะห์ โดยสร้างความสัมพันธ์ของข้อมูล
ประโยชน์ของการใช้ Framework ในกระบวนการ
การใช้ Framework ในการวิเคราะห์และสังเคราะห์มีประโยชน์หลายประการ:
- ช่วยให้สามารถแบ่งปันข้อมูลและแสดงให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่าย
- แสดงกระบวนการที่ทำให้ได้มาซึ่งข้อสรุป
- ช่วยค้นหาช่องว่างในข้อมูลหรือกระบวนการ
- เป็นวิธีคิดที่ชัดเจนในการวิเคราะห์และสังเคราะห์
- เป็นเครื่องมืออ้างอิงเมื่อจำเป็นต้องปรับปรุงแนวคิดในอนาคต
ตัวอย่างในบริบทการเรียนรู้ของนักศึกษา
กรณีศึกษา: การวางแผนกิจกรรมสำหรับการเรียนรู้แบบ Active Learning
การวิเคราะห์ (Analyze):
- นักศึกษาสำรวจปัญหาของการเรียนรู้ในห้องเรียนแบบเดิม โดยรวบรวมข้อมูลผ่านแบบสอบถามความคิดเห็นของเพื่อนร่วมชั้น
- นำข้อมูลมาจัดทำ Journey Map เพื่อแสดงปัญหาในแต่ละช่วง เช่น ช่วงเริ่มเรียน การทำงานกลุ่ม และการทบทวน
การสังเคราะห์ (Synthesize):
- นำข้อมูลจาก Journey Map มาวิเคราะห์และสร้าง Framework เพื่อออกแบบกิจกรรมใหม่ เช่น กิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกลุ่มและการใช้เครื่องมือดิจิทัล
- นำเสนอแผนที่โอกาส (Opportunity Map) ที่แสดงว่าแต่ละกิจกรรมมีจุดแข็งและจุดอ่อนอย่างไร
ผลลัพธ์ที่ได้: นักศึกษาสามารถวางแผนกิจกรรม Active Learning ที่เหมาะสมกับเพื่อนร่วมชั้น และมีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อการทดลองใช้ในครั้งถัดไป
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจการคิดแบบวิเคราะห์และสังเคราะห์ได้ดียิ่งขึ้นนะครับ! 😊

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น