ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การรู้สารสนเทศ: สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

โดย ดร.อนุชา โสมาบุตร
การรู้สารสนเทศ คืออะไร 
Information Literacy Defined
การรู้สารสนเทศ คือ ชุดของสมรรถนะที่จำเป็นของบุคคลในการรับรู้ (recognize) ความจำเป็นของสารสนเทศ และสามารถในการค้นหา ประเมินและใช้สารสนเทศที่จำเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ การรู้สารสนเทศเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการสื่อสารอย่างรวดเร็วและมีการขยายตัวของแหล่งสารสนเทศมากขึ้น ด้วยเกิดความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของสภาพแวดล้อมเช่นนี้ จะทำให้บุคคลมีทางเลือกหรือตัวเลือกของสารสนเทศที่หลากหลาย เช่น สารสนเทศจากการศึกษาค้นคว้า สารสนเทศที่ค้นพบจากการปฏิบัติงาน หรือแม้นแต่สารสนเทศที่เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งสารสนเทศอาจอยู่ในห้องสมุด แหล่งทรัพยากรสารสนเทศต่างๆ หน่วยงานเฉพาะทาง สื่อและอินเทอร์เน็ต ยิ่งไปกว่านั้น สารสนเทศที่เข้ายังบุคคลนั้น เป็นสารสนเทศที่อาจยังไม่ได้รับการคัดกรอง ขาดความชัดเจน ไม่สอดคล้องกับความต้องการ ไม่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ สารสนเทศยังสามารถค้นหาได้จากสื่อที่หลากหลาย ทั้งจากการได้รับฟัง การมองเห็นและการสัมผัสความรู้สึก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความท้าทายที่บุคคลาจะต้องประเมินและทำความเข้าใจในสารสนเทศที่รับรู้ ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนของคุณภาพและการขยายตัวของสารสนเทศเป็นความท้าทายของสังคมเป็นอย่างยิ่ง โดยที่ความถูกต้องสมบูรณ์ของสารสนเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสารสนเทศเอง แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของสารสนเทศที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพ


การรู้สารสนเทศเป็นพื้นฐานสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต เนื่องจากเป็นปกติของทุกสาขาอาชีพ ระดับการศึกษา สังคมและสภาพแวดล้อมที่จะต้องใช้สารสนเทศ โดยการรู้สารสนเทศจะทำให้ผู้เรียนใส่ใจในเนื้อหาหลักและทำให้เกิดการตรวจสอบเนื้อหาด้วยตนเอง รวมทั้งเป้นการกำกับกระบวนการเรียนรู้ของตนเองด้วย โดยบุคคลที่มีการรู้สารสนเทศ ต้องมีความสามารถดังนี้
1. กำหนดขอบเขตของสารสนเทศที่จำเป็นได้
2. เข้าถึงสารสนเทศที่จำเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
3. ประเมินสารสนเทศและแหล่งที่มาอย่างมีวิจารญาณ
4. เลือกและรวบรวมสารสนเทศเป็นหมวดหมู่ 
5. ใช้สารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์
6. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สารสนเทศอย่างรอบด้าน เช่น ประเด็นทางเศรษฐศาสตร์ การเมืองและสังคม
7. เข้าถึงและใช้สารสนเทศอย่างมีจริยธรรมและถูกต้องตามกฎหมาย

การรู้สารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Information Literacy and Information Technology
การรู้สารสนเทศมีความเกี่ยวข้องกับทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งมีนัยสำคัญสำหรับการใช้สารสนเทศของบุคคล ระบบการศึกษา และสังคมโดยรวม ทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศทพให้บุคคลสามารถใช้คอมพิวเตอร์ โปรแกรมประยุกต์ ฐานข้อมูลและเทคโนโลยีต่างๆ ในการเข้าถึงสารสนเทศต่างๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งเพื่องานวิชาการ การปฏิบัติงานและเป้าหมายส่วนบุคคล บุคคลที่รู้สารสนเทศจำเป็นต้องพัฒนาทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศ

การรู้สารสนเทศซึ่งมีความทับซ้อนกับทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาสมรรถนะของบุคคล ยิ่งกว่านั้น ทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศจะสนับสนุนและส่งเสริมการรู้สารสนเทศ ในปี 1999 ได้มีรายงานจากสภาวิจัยแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา ที่ให้มีการส่งเสริมแนวคิด "ความคล่องแคล่ว" (fluency) กับเทคโนโลยีสารสนเทศและการระบุถึงความสัมพันธ์กันระหว่างการรู้สารสนเทศ การรู้คอมพิวเตอร์ (computer literacy) และกรอบสมรรถนะด้านเทคโนโลยี โดยในรายงานระบุว่า การรู้คอมพิวเตอร์ เน้นการเรียนรู้เฉพาะฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ประยุกต์ ในขณะที่ความคล่องด้วยเทคโนโลยี (fluency with technology) มุ่งเน้นทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของเทคโนโลยี การประยุกต์ในการแก้ปัญหาและวิจารณญาณในการใช้เทคโนโลยี นอกจากนี้ รายงานยังกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างความคล่องด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการรู้สารสนเทศที่เปรียบได้กับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ในขณะที่การรู้สารสนเทศมุ่งเน้นเกี่ยวกับเนื้อหา การสื่อสาร การวิเคราะห์ การค้าหาสารสนเทศ และการประเมิน แต่ความคล่องด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมุ่งเน้นความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีกับการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งจะสามารถพัฒนาทักษะให้สูงขึ้นได้
ความคล่องด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศอาจต้องใช้ความสามารถทางปัญญามากกว่าการท่องจำซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับ "ความรู้คอมพิวเตอร์" โดยหากกล่าวอีกนัยหนึ่ง การรู้สารสนเทศเป็นกรอบการทำงานทางปัญญาในการทำความเข้าใจ การค้นหา การประเมินและการใช้สารสนเทศ ซึ่งกิจกรรมทางปัญญาดังกล่าวจะประสบความสำเร็จได้ส่วนหนึ่งต้องอาศัยความคล่องด้วยเทคโนโลยีด้วยวิธีการในการตรวจสอบ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการตัดสินใจและการให้เกิดผลเชิงวพากษ์ ซึ่งการรู้สารสนเทศเบื้องต้นและการขยายไปถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยใช้ความสามารถซึ่งอาจจะใช้เทคโนโลยี แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความอิสระส่วนตัวของแต่ละบุคคล

การรู้สารสนเทศกับการศึกษาระดับอุดมศึกษา
Information Literacy and Higher Education

การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้เรียนตลอดชีวิตเป็นพันธกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา โดยเชื่อว่านักศึกษาที่มีความสามารถทางสติปัญญาเกี่ยวกับการคิดเชิงเหตุผลและการคิดอย่างมีวิจารณาญาณจะช่วยให้นักศึกษาสามารถสร้างแนวคิดในการเรียนรู้ของตนเอง ดังนั้น วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยจะต้องสร้างรากฐานสำหรับการพัฒนาในวิชาชีพที่ต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างความเข้าใจในบทบาทความเป็นพลเมืองและสมาชิกของสังคม การรู้สารสนเทศเป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต สมรรถนะการรู้สารสนเทศจะสามารถขยายการเรียนรู้ที่จัดขึ้นเพียงในชั้นเรียน และยังสามารถทำให้นักศึกษาฝึกฝนการตรวจสอบและกำกับกระบวนการเรียนรู้ของตัวเอง ซึ่งจะเริ่มเข้าสู่ความเป้นมีอาชีพ ส่งเสริมให้เกิดความรับผิดชอบในทุกด้านของชีวิต เนื่องจากสมรรถนะการรู้สารสนเทศของนักศึกษาจะมีจุดเดนเกี่ยวกับการประเมิน การจัดการและการใช้สารสนเทศ ซึ่งในปัจุบันเป็นที่รับรู้และยอมรับโดยทั่วไปว่าการรู้สารสนเทศเป้นสิ่งจำเป็นสำหรับนักศึกษา
สำหรับนักศึกษาที่ไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ แหล่งสารสนเทศส่วนใหญ่จะอยู่ในระบบเครือข่าย และช่องทางอื่นๆ และการขยายตัวของเทคโนโลยีการเรียนรู้สามารถทำให้การเรียนการสอนและการเรียนรู้เกิดขึ้นได้แม้ในขณะที่ครูและนักศึกษาไม่ได้อยู่ในสถานที่และเวลาเดียวกัน ความท้าทายสำหรับการส่งเสริมการรู้สารสนเทศในหลักสูตรการศึกษาทางไกลคือ การพัฒนาประสบการณ์ในการเรียนรู้ของผู้เรียนให้เทียบเท่กับการเรียนรู้ในชั้นเรียนแบบปกติ โดยสมรรถนะการรู้สารสนเทศในการศึกษาทางไกลของนักศึกษา ควรจะเทียบได้กับนักศึกษาอื่นที่เรียนในชั้นเรียนปกติ
การบูรณาการการรู้สารสนเทศในหลักสูตร โปรแกรมวิชาและกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ จำเป็นจะต้องใช้ความพยายามอย่างสูงในการทำงานร่วมกับคณาจารย์ บรรณารักษ์และผู้บริหาร โดยอาจต้องมีการชี้แจง แลกเปลี่ยนความเห็นและอภิปราย รวมทั้งเป็นแกนนำในการสร้างบริบทสำหรับการเรียนรู้ นอกจากนั้น ในฐานะของอาจารย์ต้อกระต้นให้นักศึกษาค้นหาสิ่งที่ตนเองยังไม่รู้ โดยการจัดเตรียมสารสนเทศที่ครบถ้วนตามความต้องการ และกำกับความคืบหน้าในการเรียนรู้ของนักศึกษา นอกจากนั้น บรรณารักษ์ต้องประเมินและเลือกโปรแกรมและบริกาต่างๆ ที่จำอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสารสนเทศ รวมทั้งการจัดทำข้อแนะนำเกี่ยวกับการค้นหาสารสนเทศสำหรับคณาจารย์และนักศึกษา ส่วนผู้บริหารควรกำหนดและพัฒนากลไกการทำงานร่วมกันและการพัฒนาคณาจารย์ บรรณารักษ์และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการรู้สารสนเทศของนักศึกษา รวมทั้งการวางแผนและจัดหางบประมาณสำหรับการพัฒนา และจัดหาทรัพยากรในการใช้งานที่ยั่งยืน


Educational Technology Programs
Khon Kaen University

Follow on Twitter @iteachercafe

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์: ความหมาย ความเหมือน ความแตกต่าง และตัวอย่างการใช้

การคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์: ความหมาย ความเหมือน ความแตกต่าง และตัวอย่างการใช้ อนุชา โสมาบุตร (2567) คุณเคยสงสัยไหมว่า "การคิดแบบวิเคราะห์" และ "การคิดแบบสังเคราะห์" ต่างกันอย่างไร? ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการคิดแบบวิเคราะห์ (Analyze) และการคิดแบบสังเคราะห์ (Synthesize) ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการทำงานและการเรียนรู้  การวิเคราะห์ (Analyze) คืออะไร? การวิเคราะห์คือการนำข้อมูลดิบมาจัดหมวดหมู่และแยกแยะออกเป็นส่วนย่อย ๆ เพื่อทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับข้อมูล วิธีการที่ใช้ในการวิเคราะห์อาจรวมถึง: การสร้างแผนภาพกระบวนการ (Process Diagrams): เพื่อแสดงลำดับเหตุการณ์หรือขั้นตอนต่าง ๆ การสร้างแผนที่การเดินทาง (Journey Maps): เพื่อแสดงปัญหาและโอกาสในแต่ละช่วงของกระบวนการ แล้วการสังเคราะห์ (Synthesize) ล่ะ? การสังเคราะห์คือการนำข้อมูลที่ได้รับการวิเคราะห์มาสร้างความเชื่อมโยงหรือสร้างข้อสรุปใหม่ วิธีการที่ใช้ในการสังเคราะห์อาจรวมถึง: การจัดกลุ่ม (Clustering): เพื่อรวมข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กัน การใช้กรอบแนวคิด (Frameworks): เช่น แผนภาพ 2x2 Opportunity Maps ...

แนวคิดในการวิจัยและการตีพิมพ์

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2556 ได้เข้าร่วมโครงการนักวิจัยใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี 2557 ทางโครงการได้เชิญนักวิจัยมาถ่ายทอดประสบการ์ด้านการวิจัยและการตีพิมพ์ โดยมีแนวคิดที่น่าสนใจและสามารถนำไปเป็นแนวทางในการวิจัยและการตีพิมพ์ต่อไปอยู่หลายประเด็น นักวิจัยท่านแรกที่ให้แนวคิดคือ รศ.ดร.ไพบูลย์ สิทธิถาวร จากคณะแพทย์ศาสตร์ ได้ให้แนวคิดดังนี้ Choice of Journal แนวคิดในการเลือกวารสารในการตีพิมพ์ โดยควรพิจารณาความเหมาะสมและสอดคล้องกับบทความของเรา ดังนี้ Impact factor  Appropriate journalfor the work Journal aim and policy Page charge Page restriction Public access Successful submission เป็นแนวคิดในการเสนอบทความเพื่อรับการตีพิมพ์ Search for author instruction Select suitable type of manuscript Follow format/component Prepare cover letter Suggested relevant reviewers Content english quality Submission checklist นอกจากนั้นท่านยังแนะนำด้วยว่า ในการเขียนบทความตีพิมพ์หากมีประเด็นใดที่สำคัญ ควรปรากฏอยู่ใน abstract, research problem และ conclusion  ท่านต่อมาท...

ข้อสงสัยเกี่ยวกับ CLI: Constructivist Learning Innovation

ข้อสงสัยเกี่ยวกับ CLI: Constructivist Learning Innovation %%%%%%%%%%%%%%%%%%%%% นี่ค่ะที่อาจารย์ต้องการมั้ยคะ.. Constructivist ใน Learning Theory (อ้างอิงจากทฤษฎีของเพียเจ) เด็กมีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว เมื่อเกิดการเรียนรู้และทำความเข้าใจ จึงทำให้ได้ข้อมูลใหม่เกิดขึ้น ตอนนี้ครูมีหน้าที่เพียง helping and suggestion ส่วนเด็กต้องเป็น active learner , think different, comparativeเป็นต้น 1. Project-base learning หรือ Problem-base learning ก็ได้ คือ เราจะ give project หรืออาจเป็น problem เนี่ยให้เด็ก เช่น หนูต้องการสอนเรื่อง Daily Routine กับ Colors หนูก็จะถามว่า กิจวัตรประจำวันของเรานั้นมีอะไรบ้าง และสีมีอะไรบ้างทำยังไงให้ ตอบครูให้ได้เยอะๆ หลังจากนั้น..